มากกว่า>>คำแนะนำโพสต์บล็อก Essence
มากกว่า>>ผู้เชี่ยวชาญยอดนิยม

จู วอน ยู

สนาม: ฉินหวงเต่า

บทนำ:- ที่ผ่านมารัฐบาลตั้งแต่ยุคไทยรักไทยหรือประชาธิปัตย์ก็ไม่ได้ทำเรื่องกระจายอำนาจ?...

ชู ฮวย คิง

สนาม: จีนทิเบต

บทนำ:บิ๊กป้อม ปัดตั้งพรรคชี้ ประยุทธ์ เหมาะนั่งนายกฯอีกหรือไม่ให้ไปย้อนดูโพล 09 เมษายน พศ 2561 เวลา 10:14 น

สมัครบาคาร่า999 kb
tr6 | <动态当天时间> | อ่าน(890) | แสดงความคิดเห็น(534)
ใกล้เทศกาลหยุดยาว สงกรานต์ ปี 2561 ซึ่งปีนี้คณะรัฐมนตรี (ครม) มีมติให้หยุดยาว 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 เมย ถึงวันที่ 16 เมย2561 เพื่อให้ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา เยี่ยมญาติ พี่ น้อง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ประชาชนจะมีการเดินทางกลับบ้านเกิดกันอย่างคับคั่งเหมือนทุกๆ ปีที่ผ่านมา ซึ่งเทศกาลที่มีวันหยุดยาวๆ มักจะได้เห็นภาพของประชาชนที่เดินทางออกต่างจังหวัด ทั้งที่กลับภูมิลำเนา กลับบ้านเกิด หรือบางส่วนเดินทางไปท่องเที่ยวกันอย่างหนาตา สิ่งที่ตามมาคือ การใช้จ่าย ที่จะสะพัดเพิ่มขึ้นในทุกๆ เทศกาล เพราะไม่ใช่เพียงค่าใช้จ่ายในการเดินทางเท่านั้น แต่ยังมีค่าอาหาร เครื่องดื่ม และค่าใช้จ่ายจิปาถะต่างๆ ตามมาอีกมากมาย มองในมุมเศรษฐกิจตรงนี้ถือเป็นเรื่องดี เพราะการใช้จ่าย และการบริโภคที่เพิ่มขึ้น ช่วยทำให้เกิดการหมุนเวียนของเงินในระบบมากขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการหลายรายก็ต่างหยิบฉวยโอกาสนี้ ซึ่งเป็นโอกาสทองที่จะค้าขายได้มากขึ้น สร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำกันเลยก็มี โดย ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท) มีการคาดการณ์ว่า ในช่วงหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ 5 วัน จะมีการใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศเพิ่มขึ้น โดย ทททประเมินว่าวันหยุดที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลดีให้จำนวนนักท่องเที่ยวคนไทยมากขึ้นถึง 6 แสนคน หรือสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นประมาณ 375 พันล้านบาท ส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้นเป็น 104 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 1559% จากปีก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 903 พันล้านบาท นอกจากนี้ ทททยังคาดการณ์ปริมาณคนที่เดินทางท่องเที่ยวในปีนี้ ว่าจะอยู่ที่ประมาณ 301 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 1210% จากปีก่อนที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ 268 ล้านคน-ครั้ง และเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ ทททเคประเมินสถานการณ์การท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ไว้ คือ หากหยุด 4 วัน จะมีการเดินทางท่องเที่ยวประมาณ 24 ล้านคน-ครั้ง รายได้อยู่ที่ 668 พันล้านบาท ค่าใช้จ่ายประมาณ 277 พันบาท/ทริป แต่เมื่อ ครมประกาศเพิ่มวันหยุด 1 วัน คือวันที่ 12 เมย ส่งผลให้จำนวนวันหยุดเพิ่มเป็น 5 วัน ก็เป็นปัจจัยที่จะช่วยทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายก็จะเพิ่มขึ้นเป็น 346 พันบาท/ทริป หรือเพิ่มขึ้น 312% จากปีก่อนมีค่าใช้จ่ายต่อทริปอยู่ที่ประมาณ 336 พันบาท ขณะที่ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้มีการคาดการณ์ว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2561 คนกรุงเทพฯ จะมีการจับจ่ายใช้สอยคิดเป็นเม็ดเงินประมาณ 241 หมื่นล้านบาท ขยายตัว 5% จากปีก่อน โดยเม็ดเงินดังกล่าวแยกเป็นค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงสังสรรค์ (ค่าอาหารและเครื่องดื่ม) ประมาณ 92 พันล้านบาท, ค่าที่พัก/เดินทางประมาณ 63 พันล้านบาท, ค่าช็อปปิ้งประมาณ 45 พันล้านบาท, ค่าทำบุญไหว้พระ 204 พันล้านบาท และค่าใช้จ่ายในกิจกรรมอื่นๆ อาทิ ให้เงินผู้ใหญ่ในครอบครัว ค่าเที่ยวสถานที่ต่างๆ/ดูหนัง/ฟังเพลง/เล่นน้ำ 21 พันล้านบาท ขณะที่งบประมาณใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 56 พันบาท โดยยังมีการประเมินอีกว่า คนกรุงเทพฯ อีกกว่า 53% เลือกวางแผนทำกิจกรรมในกรุงเทพฯ ในช่วงสงกรานต์ปีนี้ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่มากขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน นั่นเป็นการสะท้อนว่า เทศกาลสงกรานต์ในปี 2561 นี้ น่าจะเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการในการจับตลาดผู้บริโภคคนกรุงฯ ที่เลือกอยู่กรุงเทพฯ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งเป็นวันหยุดยาวในปีนี้และปีต่อๆ ไป สำหรับเทศกาลสงกรานต์ปี 2561 เชื่อว่าจะเป็นอีกปีที่ตลาดท่องเที่ยวภายในประเทศได้รับอานิสงส์จากนักท่องเที่ยวทั้งที่เดินทางกลับภูมิลำเนา และตั้งใจเดินทางไปท่องเที่ยว จนทำให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยวเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ ส่วนหนึ่งไม่เพียงกระแส นิยมไทย ที่มีส่วนทำให้ประชาชนเดินทางไปท่องเที่ยวนิยมใส่ชุดไทยและเดินทางไปท่องเที่ยวในสถานที่ประวัติศาสตร์สำคัญมากขึ้น โดยศูนย์วิจัยด้านตลาดการท่องเที่ยว ททท ได้มีการคาดการณ์ว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวในประเทศปีนี้จะเพิ่มสูงขึ้นทั้งด้านจำนวนและรายได้ โดยปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากทั้งภาครัฐ ด้วยการประกาศเพิ่มวันหยุด และมาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเมืองรอง รวมถึงการเพิ่มเที่ยวบินภายในประเทศสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นในช่วงสงกรานต์ ตลอดจนการทำตลาดของ ทททกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรอง ซึ่งเป็นการเพิ่มความสนใจและทางเลือกใหม่ๆ ให้กับนักท่องเที่ยวอีกด้วย【อ่านข้อความเต็ม】
07x | <动态当天时间> | อ่าน(102) | แสดงความคิดเห็น(85)
บอร์โตลอตติ กล่าวหลังคว้าชัยชนะว่า นี่เป็นสิ่งที่เยี่ยมที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้แลเวสำหรับการออกสตาร์ทฤดูกาลใหม่หลังจากเมื่อวานเรามีการเปลี่ยนแปลงใหญ่กับรถซึ่งเราต้องเสี่ยง และมันก็ได้ผล ต้องขอบคุณ คริสเตียน ที่ทำเวลาในพิทอย่างยอดเยี่ยมเปิดโอกาสให้ผมออกไปอยู่หน้า วิล ผมรู้ดีว่าเราต้องไม่มีข้อผิดพลาด และมันเป็นเรื่องยากมากสำหรับพวกเราที่จะแซงเรากลับมา 【อ่านข้อความเต็ม】
1l1 | <动态当天时间> | อ่าน(85) | แสดงความคิดเห็น(26)
บิ๊กป้อม ปัดตั้งพรรคชี้ ประยุทธ์ เหมาะนั่งนายกฯอีกหรือไม่ให้ไปย้อนดูโพล 09 เมษายน พศ 2561 เวลา 10:14 น 【อ่านข้อความเต็ม】
jbt | <动态当天时间> | อ่าน(974) | แสดงความคิดเห็น(231)
ตลาดร่มหุบ ดังอันดับโลก! หาดูที่ไหนไม่ได้ ในโลก มีที่เดียว คือที่ แม่กลอง สมุทรสงคราม นักท่องเที่ยวทั่วโลก แห่กันไปแม่กลอง แย่งกันดู-แย่งกันถ่ายรูป เหตุที่ต้องแย่ง ตลาดร่มหุบ เป็นบริเวณแคบ อยู่ในช่วงขบวนรถไฟจะเข้าตัวสถานีแม่กลองพอดี จึงเห็นได้ช่วงสั้นๆ ใช่แต่จีน-ฝรั่งตื่น คนไทยเองก็ตื่น ไปกันครึ่ด! วัน-สองวันนี้ ดังในดัง ขึ้นไปอีก สำนักข่าว BBC มาทำคลิปลงเพจ BBC NEWS เผยแพร่ไปทั่วโลก ต่างชาติรายหนึ่ง ดูแล้ว วิจารณ์ ว่า Who gonna eat that stuffs This is classic example where you think tourist go for amazement but actually they go bcoz they wanna see how a place so disgusting still exists ใครจะกินของพวกนี้ลง นี่เป็นตัวอย่างคลาสสิก ที่พวกเขาคิดว่า นักท่องเที่ยวไปเพราะความอเมซิง แต่จริงๆ แล้ว ไปเพราะอยากเห็นว่า สถานที่ที่ดูน่าสะอิดสะเอียนยังมีอยู่จริงต่างหาก คนที่ไม่เคยเห็น พื้นที่จริง อาจฉงน น่าสะอิด-สะเอียนตรงไหน? ผมเข้าใจสภาพ เท่ากับเข้าใจทัศนคติฝรั่ง ที่ว่าน่าสะอิดสะเอียน! วันนี้ เลยอยากคุย ยิ่งทราบว่า นายคันฉัตร ตันเสถียร ผวจสมุทรสงคราม ตื่นตัวกับฝรั่งวิจารณ์ บวกทางมหาดไทยจี้ลงไปด้วย ประชุมกันยกใหญ่ แจกแจง ๓-๔ ข้อ สรุปความว่า ๑ตลาดร่มหุบ เป็นวิถีท้องถิ่น มีมา ๖๐-๗๐ ปี ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบ unseen ของประเทศ มีนักท่องเที่ยวเข้ามามาก ประมาณ ๓,๐๐๐ คน/วัน เข้ามาชมวิถีชีวิตการค้าขายตลาดร่มหุบ ๒ในกรณีสำนักข่าวต่างประเทศวิจารณ์ อาหารที่จำหน่ายไม่ถูกสุขลักษณะ แจกแจงว่า อาหารที่นำมาจำหน่าย มี ๒ ประเภท คือ ๑) อาหารสด พืช ผัก ผลไม้ ๒) อาหารแห้ง โดยบรรจุถุง ซึ่งอาหารที่ซื้อจากตลาด จะต้องนำไปล้างและปรุงสุกก่อนรับประทาน ทั้งนี้ บริเวณตลาดไม่มีการจำหน่ายของปรุงสุก ๓เทศบาลเมืองสมุทรสงครามและแม่ค้า รวมทั้งสถานีรถไฟ เก็บขยะและล้างตลาดอาทิตย์ละ ๒ ครั้ง ทั้งนี้ ในแต่ละวัน เมื่อแม่ค้าจำหน่ายสินค้าเสร็จสิ้น ในแต่ละแผง ทำความสะอาดเป็นประจำอยู่แล้วทุกวัน นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ บอกถึงการดำเนินการต่อ ว่า ๑) ขอความร่วมมือไกด์นำเที่ยว ให้บอกนักท่องเที่ยวทิ้งขยะในบริเวณที่จัดเตรียมไว้ให้ ๒) ให้แม่ค้าติดป้ายที่แผง เป็นภาษาอังกฤษ/จีน มีข้อความรับฝากขยะทิ้ง โดยแม่ค้าจะรวบรวมนำไปทิ้งต่อไป ๓) ทำความสะอาดตลาดทุก ๓ วัน (จากเดิม ๒ ครั้ง) ๔) จัดบริเวณที่ทิ้งขยะเพิ่มเติม ๕) จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวทิ้งขยะ ในบริเวณที่จัดไว้ให้เพื่อแยกขยะ ครับฟังผู้ว่าฯ ชี้แจง เหมือนใช่ แต่ยังไม่ใช่ ตลาดร่มหุบ ที่แม่กลอง ณ เวลานี้ อยากจะบอกว่า มันเป็นอะไรที่มากไปกว่า แผงลอย ริมทางรถไฟไปนานแล้ว ปัญหาขณะนี้ จะโยนให้ระดับผู้ว่าฯ และเทศบาลเมืองฯ รับผิดชอบไม่ได้แล้ว! ต้องไปถึงระดับชาติ มหาดไทย-วัฒนธรรม-การท่องเที่ยว-คมนาคม-พาณิชย์ รับรู้ว่า นี่คือ เอกลักษณ์ถิ่น ที่กลายเป็น อันซีน ไทยแลนด์ ไปแล้ว ไม่ใช่ของเฉพาะคนแม่กลอง แต่เป็นแหล่ง ทำเงิน-ทำทอง ของประเทศอีกแห่งหนึ่ง! ต้องใช้ ตลาดร่มหุบ เป็นต้นแบบคิด ในการเข้าไปรับรู้ปัญหายุค การท่องเที่ยว เป็นอุตสาหกรรมโกยเงินเข้าประเทศ จากสถานที่ที่เรียกว่า Unseen Thailand ทุกแห่ง ก่อนอื่น ต้องรู้พื้นสภาพ ตลาดแม่กลอง ก่อน การเข้าถึงจังหวัดนี้ เดิมมีเพียง ๒ เส้นทาง คือ แม่น้ำ-คลอง กับ รถไฟ สมุทรสงคราม มีรถยนต์ไปถึงได้ ก็ราว ๔๐ กว่าปีนี่เอง หลังจาก ถนนสายธนบุรี-ปากท่อ เปิดใช้ปี ๒๕๑๖ ตลาดแม่กลอง นับแต่อดีต เริ่มจากตัวสถานีรถไฟ หรือจากตลาดร่มหุบทุกวันนี้ ไปจบที่วัดหลวงพ่อวัดบ้านแหลม วัดเพชรสมุทรวรวิหาร เลยไปนิด ก็ ท้ายตลาด เป็นท่าเรือจ้าง ตันแค่นั้น! จากหัวยันท้ายตลาด ซัก ๑ กิโลเมตร เท่านั้น! ถนนหลักสายเดียว เป็นถนนไม่กว้างนัก ให้คนเดิน กับรถจักรยาน ตลาดร่มหุบ เพิ่งมี หลังจากถนนผ่านเมืองซัก ๓๐ กว่าปีนี่เอง เมื่อถนนมา-รถยนต์มา อะไรๆ ที่เรียกว่า เจริญวัตถุ ก็ถาโถมเข้าเปลี่ยนเมืองแม่กลอง เรียกว่า โตแบบไม่มีผังเมือง ตลาดใหม่เกิดแบบ กระจุกตัว ริมทาง-ปากทาง ตลาดร่มหุบ เกิดเองตามธรรมชาติ คนมีสตางค์ก็ซื้อตึกแถว เซ้งแผง คนสตางค์น้อย ขายของทะเล พืชผักเล็กๆ น้อยๆ ก็เร่มาวางแผงขายริมทางรถไฟ ๓๐ กว่าปีมานี่เอง ที่ริมทางรถไฟกลายเป็น อันซีน ไทยแลนด์ ตลาดร่มหุบ! ไม่ใช่ ตลาดหลัก-ตลาดรอง เป็นตลาดลมเพ-ลมพัด เกิดเอกลักษณ์ ร่มหุบ หลบรถไฟเข้า-ออก เห็น-เป็น-อยู่ จนชิน แต่คนต่างถิ่น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยว มาเห็นก็ตื่นตา-ตื่นใจ ระยะหลัง การท่องเที่ยวไทยบูม ต่างชาติไหลเข้ามา ฝรั่งยุโรปบ้าง จีนบ้าง โดยเฉพาะจีน พอเห็น ก็เจี๊ยวจ๊าวเป็นของแปลก ตื่นเต้น เอาไปคุย ไปเขียน เอารูปลงหนังสือ อินเทอร์เน็ต ตลาดร่มหุบ อินเตอร์ไปเลย! ประเด็นที่เราควรแก้ไข คือ ๑ความไม่สะอาด ๒ความไม่มีระเบียบ ๓ที่ทิ้งขยะไม่เพียงพอ ๔แปลงคำว่า ตลาดร่มหุบ เป็นสินทรัพย์ให้พ่อค้า-แม่ค้าเข้าใจ ในภาพรวม ตลาดแม่กลอง จากตัวสถานีไปจรดวัดเพชรสมุทรฯ ควรห้ามรถยนต์เข้า ให้เฉพาะ คนเดิน-จักรยาน บริเวณตัวสถานียันตัวตลาดร่มหุบและพื้นที่ ๒ ข้างทาง ควรปรับภูมิทัศน์ใหม่ จัด ระบบ-ระเบียบ-ความสะอาด ของแผงและวัสดุรองรับสินค้า ผู้ค้าขายตลาดร่มหุบ ถือเป็น ต้นทุนวิถีถิ่น ควรลงทะเบียน ฝึกอบรม ควบคุมปริมาณ-เพิ่มคุณภาพ พัฒนาเป็นบุคลากรรัฐ มีเงินอุดหนุนรายเดือนให้ต่างหาก! การอ้างว่า เป็นสินค้าพืชผักและของแห้ง ต้องนำไปปรุงสุกก่อนบริโภค นั้น เท่ากับยอมรับ ความไม่สะอาด ในสินค้า เป็นเรื่องจริงและเรื่องปกติ ของสินค้าตลาดร่มหุบ น่าสะอิดสะเอียน ที่เขาวิจารณ์ เราควรสำนึกเพื่อแก้ไข ไม่ใช่ลอยหน้าโต้เขา ว่าของเราเป็นแบบนี้ ไม่เห็นเป็นไร! การท่องเที่ยว-รถไฟ น่าจะเข้าไปช่วยดูด้านภูมิสถาปัตย์ตรงนั้น รักษาวิถีเดิม แต่จัดผัง จัดร่องระหว่างราง, รายหิน, รูปแบบแผง ทั้งผ้าใบ-เสาในความเป็นร่มหุบ ให้สวยด้วยศิลป์ แต่คงรูปแบบเดิมไว้ ที่บอก ทำความสะอาดสัปดาห์ละ ๒ ครั้งหรือ ๓ ครั้งนั้น จริงๆ แล้ว ต้องทำ ทุกวัน เรื่องขยะ อย่าไปโทษนักท่องเที่ยว ปกติ แม่กลองคนไม่มาก ปัญหาขยะไม่ค่อยมี แต่ทุกวันนี้ ผู้คนโตเกินสภาพตลาด การจัดหาที่รองรับขยะ พูดง่ายๆ คือที่ทิ้งขยะ ดูเหมือนไม่อยู่ในความตระหนักของจังหวัด-เทศบาลสักเท่าไรนัก พูดกันตรงๆ สภาพตลาดแม่กลอง ไม่เป็นระเบียบ ขาดความสะอาด ระบบบริหาร-จัดการ ไม่สอดคล้องกับความเป็นไปตามกาลสมัยของสังคม เป็นสัญชาตญาณมนุษย์ ไม่ว่านักท่องเที่ยวชาติไหน ถ้าเห็นที่ไหนเป็นระเบียบ สะอาดสะอ้าน ไม่มีใครทิ้งขยะเลอะเทอะ นอกจากคนที่ ป่าเถื่อน จริงๆ! ที่เขาทิ้ง เพราะ ๑เห็นที่เข้าทิ้งกันไว้เกลื่อน ก็ทิ้งตาม ๒สถานที่นั้น สกปรก-ไม่เป็นระเบียบ ๓ไม่มีที่ทิ้งขยะไว้รองรับ อย่างตลาดแม่กลอง มะพร้าวเยอะ คนดูดน้ำ ก็ทิ้งวางลูกมะพร้าวซุกไว้ตรงนั้น-ตรงนี้ คนอื่นเห็น ก็ซุกต่อๆ กันไป เตือนนักท่องเที่ยวไม่ตรงประเด็น เทศบาลรู้ปัญหา ต้องจัดที่รองรับขยะและเก็บขยะให้มากจุด และต้องให้ผู้ขายมะพร้าวรับผิดชอบ อย่าให้คนกินทิ้งเรี่ยราด เรื่องผู้ค้าตลาดร่มหุบ มีแต่คนมาดู ไม่มีคนซื้อ สาเหตุไม่ต้องพูดถึง พัฒนาทรัพยากรบุคคลผู้ขายแล้ว จัดระบบ-ระเบียบ-ความสะอาดแล้ว แต่เติมแพ็กเกจจิง และจัดหาสินค้าเพิ่มเติมให้สอดคล้อง และจุดพักเข้าไป นักท่องเที่ยวจะเป็นลูกค้าเพิ่มไม่ยาก บริเวณชานชาลาสถานีแม่กลองและ ๒ ข้างทาง ใส่วิสัยทัศน์การท่องเที่ยวเข้าไป บริหารพื้นที่เป็นจุดดู-บันทึกภาพ อันซีน ไทยแลนด์ เข้าไป ตลาดร่มหุบ จะเป็นขุมทองอีกแห่งของแม่กลอง ผมว่าน่าอาย ที่ปล่อยให้คนตลาดร่มหุบพูดว่า นักท่องเที่ยวมาทำให้ขายของไม่ได้ ขายไม่ได้ ไม่ใช่เพราะเขาไม่ซื้อ เพราะระดับประเทศ ผู้บริหาร ไม่เป็นตะหาก!【อ่านข้อความเต็ม】
n2z | <动态当天时间> | อ่าน(374) | แสดงความคิดเห็น(798)
‘เตนล์ ชิตพล’อีกหนึ่งเด็กไทยที่ไปสร้างชื่อแดนกิมจิ 08 เมษายน พศ 2561 เวลา 12:46 น 【อ่านข้อความเต็ม】
prt | 2021-05-16 | อ่าน(10) | แสดงความคิดเห็น(222)
เมื่อถามว่าโมเดลดังกล่าว บางฝ่ายเช่นกระทรวงมหาดไทยคงไม่เห็นด้วย ชำนาญ-อดีต ขรกกระทรวงมหาดไทย ยอมรับว่าแน่นอน ก่อนออกเป็นกฎหมายอย่างกระทรวงมหาดไทยค้านแน่ และบางฝ่ายที่หวงอำนาจ แต่หากเป็นกฎหมายผ่านรัฐสภาออกมา มหาดไทยจะทำงานเร็วและเป็นอันดับแรกด้วย อย่าลืมสมัยก่อนมหาดไทยคุมทั้งตำรวจ อัยการ แรงงาน แต่พอกฎหมายให้แยกไปก็ไม่เห็นเขาว่าอะไร เขาก็ทำแล้วทำได้ดีด้วย อันนี้ก็เช่นเดียวกัน หากกฎหมายมันผ่านแล้วประเทศต่างๆ ที่ไม่มีราชการส่วนภูมิภาค เช่น สหรัฐฯ, ญี่ปุ่น, อังกฤษ กระทรวงมหาดไทยเขาใหญ่มาก มีหน้าที่เยอะ แต่เขาเพียงแต่แต่งตั้งผู้ว่าฯ นายอำเภอไม่ได้เท่านั้นเอง 【อ่านข้อความเต็ม】
2tt | 2021-05-16 | อ่าน(815) | แสดงความคิดเห็น(192)
9 เมย61-พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมวกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่มีเครือข่ายภาคประชาชนออกมาคัดค้านคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) ใช้มาตรา 44อุ้มบริษัท AIS และTURE ว่า ตนยืนยันว่าคสช ยังไม่ได้พิจารณา ใช้มาตรการดังกล่าวแต่อย่างใด เพราะตอนนี้ต้องช่วยทีวีดิจิตัลก่อน ส่วนเรื่องค่ายมือถือ4 จีนั้น เอาไว้ทีหลัง【อ่านข้อความเต็ม】
jhj | 2021-05-16 | อ่าน(118) | แสดงความคิดเห็น(226)
08 เมย2561 ผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงานว่า จากการที่บรรดาชาวประมงปัตตานีได้ชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือผู้ที่ประกอบอาชีพทำการประมง เนื่องจากกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำประมงที่ออกมาแต่ละครั้ง ทำให้ชาวประมงที่จะออกทำการประมงสุ่มเสี่ยงต่อการประกอบอาชีพอาจถูกจับได้ และเป็นการกดดันการประกอบอาชีพ และส่งผลกระทบในการประกอบอาชีพทำการประมง ได้รับความเดือดร้อนไปตามๆกัน และส่วนหนึ่งได้หยุดทำการประมงแล้ว ทั้งนี้เรือประมงบางส่วนเริ่มทยอยเข้ามาจอด 2 ฟากฝั่งแม่น้ำปัตตานีแล้วสมทบกับเรือประมงที่จอด เพราะกฎหมายที่เคร่งครัด ประกอบกับออกหาปลาไม่คุ้มกับทุนต่างขาดทุนไปตามๆกัน นอกจากนั้นเป็นการเตรียมการหากรัฐบาลไม่ดำเนินการช่วยเหลือใดๆ ในวันที่ 9 เมยก็จะนำเรือทั้งหมดกว่า 2 พันลำมาจอดหยุดทำการประมง เพื่อประท้วงรัฐบาลที่ไม่ช่วยเหลือ โดยหยุดทำการประมง【อ่านข้อความเต็ม】
dv2 | 2021-05-16 | อ่าน(523) | แสดงความคิดเห็น(458)
ตลาดร่มหุบ ดังอันดับโลก! หาดูที่ไหนไม่ได้ ในโลก มีที่เดียว คือที่ แม่กลอง สมุทรสงคราม นักท่องเที่ยวทั่วโลก แห่กันไปแม่กลอง แย่งกันดู-แย่งกันถ่ายรูป เหตุที่ต้องแย่ง ตลาดร่มหุบ เป็นบริเวณแคบ อยู่ในช่วงขบวนรถไฟจะเข้าตัวสถานีแม่กลองพอดี จึงเห็นได้ช่วงสั้นๆ ใช่แต่จีน-ฝรั่งตื่น คนไทยเองก็ตื่น ไปกันครึ่ด! วัน-สองวันนี้ ดังในดัง ขึ้นไปอีก สำนักข่าว BBC มาทำคลิปลงเพจ BBC NEWS เผยแพร่ไปทั่วโลก ต่างชาติรายหนึ่ง ดูแล้ว วิจารณ์ ว่า Who gonna eat that stuffs This is classic example where you think tourist go for amazement but actually they go bcoz they wanna see how a place so disgusting still exists ใครจะกินของพวกนี้ลง นี่เป็นตัวอย่างคลาสสิก ที่พวกเขาคิดว่า นักท่องเที่ยวไปเพราะความอเมซิง แต่จริงๆ แล้ว ไปเพราะอยากเห็นว่า สถานที่ที่ดูน่าสะอิดสะเอียนยังมีอยู่จริงต่างหาก คนที่ไม่เคยเห็น พื้นที่จริง อาจฉงน น่าสะอิด-สะเอียนตรงไหน? ผมเข้าใจสภาพ เท่ากับเข้าใจทัศนคติฝรั่ง ที่ว่าน่าสะอิดสะเอียน! วันนี้ เลยอยากคุย ยิ่งทราบว่า นายคันฉัตร ตันเสถียร ผวจสมุทรสงคราม ตื่นตัวกับฝรั่งวิจารณ์ บวกทางมหาดไทยจี้ลงไปด้วย ประชุมกันยกใหญ่ แจกแจง ๓-๔ ข้อ สรุปความว่า ๑ตลาดร่มหุบ เป็นวิถีท้องถิ่น มีมา ๖๐-๗๐ ปี ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบ unseen ของประเทศ มีนักท่องเที่ยวเข้ามามาก ประมาณ ๓,๐๐๐ คน/วัน เข้ามาชมวิถีชีวิตการค้าขายตลาดร่มหุบ ๒ในกรณีสำนักข่าวต่างประเทศวิจารณ์ อาหารที่จำหน่ายไม่ถูกสุขลักษณะ แจกแจงว่า อาหารที่นำมาจำหน่าย มี ๒ ประเภท คือ ๑) อาหารสด พืช ผัก ผลไม้ ๒) อาหารแห้ง โดยบรรจุถุง ซึ่งอาหารที่ซื้อจากตลาด จะต้องนำไปล้างและปรุงสุกก่อนรับประทาน ทั้งนี้ บริเวณตลาดไม่มีการจำหน่ายของปรุงสุก ๓เทศบาลเมืองสมุทรสงครามและแม่ค้า รวมทั้งสถานีรถไฟ เก็บขยะและล้างตลาดอาทิตย์ละ ๒ ครั้ง ทั้งนี้ ในแต่ละวัน เมื่อแม่ค้าจำหน่ายสินค้าเสร็จสิ้น ในแต่ละแผง ทำความสะอาดเป็นประจำอยู่แล้วทุกวัน นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ บอกถึงการดำเนินการต่อ ว่า ๑) ขอความร่วมมือไกด์นำเที่ยว ให้บอกนักท่องเที่ยวทิ้งขยะในบริเวณที่จัดเตรียมไว้ให้ ๒) ให้แม่ค้าติดป้ายที่แผง เป็นภาษาอังกฤษ/จีน มีข้อความรับฝากขยะทิ้ง โดยแม่ค้าจะรวบรวมนำไปทิ้งต่อไป ๓) ทำความสะอาดตลาดทุก ๓ วัน (จากเดิม ๒ ครั้ง) ๔) จัดบริเวณที่ทิ้งขยะเพิ่มเติม ๕) จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวทิ้งขยะ ในบริเวณที่จัดไว้ให้เพื่อแยกขยะ ครับฟังผู้ว่าฯ ชี้แจง เหมือนใช่ แต่ยังไม่ใช่ ตลาดร่มหุบ ที่แม่กลอง ณ เวลานี้ อยากจะบอกว่า มันเป็นอะไรที่มากไปกว่า แผงลอย ริมทางรถไฟไปนานแล้ว ปัญหาขณะนี้ จะโยนให้ระดับผู้ว่าฯ และเทศบาลเมืองฯ รับผิดชอบไม่ได้แล้ว! ต้องไปถึงระดับชาติ มหาดไทย-วัฒนธรรม-การท่องเที่ยว-คมนาคม-พาณิชย์ รับรู้ว่า นี่คือ เอกลักษณ์ถิ่น ที่กลายเป็น อันซีน ไทยแลนด์ ไปแล้ว ไม่ใช่ของเฉพาะคนแม่กลอง แต่เป็นแหล่ง ทำเงิน-ทำทอง ของประเทศอีกแห่งหนึ่ง! ต้องใช้ ตลาดร่มหุบ เป็นต้นแบบคิด ในการเข้าไปรับรู้ปัญหายุค การท่องเที่ยว เป็นอุตสาหกรรมโกยเงินเข้าประเทศ จากสถานที่ที่เรียกว่า Unseen Thailand ทุกแห่ง ก่อนอื่น ต้องรู้พื้นสภาพ ตลาดแม่กลอง ก่อน การเข้าถึงจังหวัดนี้ เดิมมีเพียง ๒ เส้นทาง คือ แม่น้ำ-คลอง กับ รถไฟ สมุทรสงคราม มีรถยนต์ไปถึงได้ ก็ราว ๔๐ กว่าปีนี่เอง หลังจาก ถนนสายธนบุรี-ปากท่อ เปิดใช้ปี ๒๕๑๖ ตลาดแม่กลอง นับแต่อดีต เริ่มจากตัวสถานีรถไฟ หรือจากตลาดร่มหุบทุกวันนี้ ไปจบที่วัดหลวงพ่อวัดบ้านแหลม วัดเพชรสมุทรวรวิหาร เลยไปนิด ก็ ท้ายตลาด เป็นท่าเรือจ้าง ตันแค่นั้น! จากหัวยันท้ายตลาด ซัก ๑ กิโลเมตร เท่านั้น! ถนนหลักสายเดียว เป็นถนนไม่กว้างนัก ให้คนเดิน กับรถจักรยาน ตลาดร่มหุบ เพิ่งมี หลังจากถนนผ่านเมืองซัก ๓๐ กว่าปีนี่เอง เมื่อถนนมา-รถยนต์มา อะไรๆ ที่เรียกว่า เจริญวัตถุ ก็ถาโถมเข้าเปลี่ยนเมืองแม่กลอง เรียกว่า โตแบบไม่มีผังเมือง ตลาดใหม่เกิดแบบ กระจุกตัว ริมทาง-ปากทาง ตลาดร่มหุบ เกิดเองตามธรรมชาติ คนมีสตางค์ก็ซื้อตึกแถว เซ้งแผง คนสตางค์น้อย ขายของทะเล พืชผักเล็กๆ น้อยๆ ก็เร่มาวางแผงขายริมทางรถไฟ ๓๐ กว่าปีมานี่เอง ที่ริมทางรถไฟกลายเป็น อันซีน ไทยแลนด์ ตลาดร่มหุบ! ไม่ใช่ ตลาดหลัก-ตลาดรอง เป็นตลาดลมเพ-ลมพัด เกิดเอกลักษณ์ ร่มหุบ หลบรถไฟเข้า-ออก เห็น-เป็น-อยู่ จนชิน แต่คนต่างถิ่น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยว มาเห็นก็ตื่นตา-ตื่นใจ ระยะหลัง การท่องเที่ยวไทยบูม ต่างชาติไหลเข้ามา ฝรั่งยุโรปบ้าง จีนบ้าง โดยเฉพาะจีน พอเห็น ก็เจี๊ยวจ๊าวเป็นของแปลก ตื่นเต้น เอาไปคุย ไปเขียน เอารูปลงหนังสือ อินเทอร์เน็ต ตลาดร่มหุบ อินเตอร์ไปเลย! ประเด็นที่เราควรแก้ไข คือ ๑ความไม่สะอาด ๒ความไม่มีระเบียบ ๓ที่ทิ้งขยะไม่เพียงพอ ๔แปลงคำว่า ตลาดร่มหุบ เป็นสินทรัพย์ให้พ่อค้า-แม่ค้าเข้าใจ ในภาพรวม ตลาดแม่กลอง จากตัวสถานีไปจรดวัดเพชรสมุทรฯ ควรห้ามรถยนต์เข้า ให้เฉพาะ คนเดิน-จักรยาน บริเวณตัวสถานียันตัวตลาดร่มหุบและพื้นที่ ๒ ข้างทาง ควรปรับภูมิทัศน์ใหม่ จัด ระบบ-ระเบียบ-ความสะอาด ของแผงและวัสดุรองรับสินค้า ผู้ค้าขายตลาดร่มหุบ ถือเป็น ต้นทุนวิถีถิ่น ควรลงทะเบียน ฝึกอบรม ควบคุมปริมาณ-เพิ่มคุณภาพ พัฒนาเป็นบุคลากรรัฐ มีเงินอุดหนุนรายเดือนให้ต่างหาก! การอ้างว่า เป็นสินค้าพืชผักและของแห้ง ต้องนำไปปรุงสุกก่อนบริโภค นั้น เท่ากับยอมรับ ความไม่สะอาด ในสินค้า เป็นเรื่องจริงและเรื่องปกติ ของสินค้าตลาดร่มหุบ น่าสะอิดสะเอียน ที่เขาวิจารณ์ เราควรสำนึกเพื่อแก้ไข ไม่ใช่ลอยหน้าโต้เขา ว่าของเราเป็นแบบนี้ ไม่เห็นเป็นไร! การท่องเที่ยว-รถไฟ น่าจะเข้าไปช่วยดูด้านภูมิสถาปัตย์ตรงนั้น รักษาวิถีเดิม แต่จัดผัง จัดร่องระหว่างราง, รายหิน, รูปแบบแผง ทั้งผ้าใบ-เสาในความเป็นร่มหุบ ให้สวยด้วยศิลป์ แต่คงรูปแบบเดิมไว้ ที่บอก ทำความสะอาดสัปดาห์ละ ๒ ครั้งหรือ ๓ ครั้งนั้น จริงๆ แล้ว ต้องทำ ทุกวัน เรื่องขยะ อย่าไปโทษนักท่องเที่ยว ปกติ แม่กลองคนไม่มาก ปัญหาขยะไม่ค่อยมี แต่ทุกวันนี้ ผู้คนโตเกินสภาพตลาด การจัดหาที่รองรับขยะ พูดง่ายๆ คือที่ทิ้งขยะ ดูเหมือนไม่อยู่ในความตระหนักของจังหวัด-เทศบาลสักเท่าไรนัก พูดกันตรงๆ สภาพตลาดแม่กลอง ไม่เป็นระเบียบ ขาดความสะอาด ระบบบริหาร-จัดการ ไม่สอดคล้องกับความเป็นไปตามกาลสมัยของสังคม เป็นสัญชาตญาณมนุษย์ ไม่ว่านักท่องเที่ยวชาติไหน ถ้าเห็นที่ไหนเป็นระเบียบ สะอาดสะอ้าน ไม่มีใครทิ้งขยะเลอะเทอะ นอกจากคนที่ ป่าเถื่อน จริงๆ! ที่เขาทิ้ง เพราะ ๑เห็นที่เข้าทิ้งกันไว้เกลื่อน ก็ทิ้งตาม ๒สถานที่นั้น สกปรก-ไม่เป็นระเบียบ ๓ไม่มีที่ทิ้งขยะไว้รองรับ อย่างตลาดแม่กลอง มะพร้าวเยอะ คนดูดน้ำ ก็ทิ้งวางลูกมะพร้าวซุกไว้ตรงนั้น-ตรงนี้ คนอื่นเห็น ก็ซุกต่อๆ กันไป เตือนนักท่องเที่ยวไม่ตรงประเด็น เทศบาลรู้ปัญหา ต้องจัดที่รองรับขยะและเก็บขยะให้มากจุด และต้องให้ผู้ขายมะพร้าวรับผิดชอบ อย่าให้คนกินทิ้งเรี่ยราด เรื่องผู้ค้าตลาดร่มหุบ มีแต่คนมาดู ไม่มีคนซื้อ สาเหตุไม่ต้องพูดถึง พัฒนาทรัพยากรบุคคลผู้ขายแล้ว จัดระบบ-ระเบียบ-ความสะอาดแล้ว แต่เติมแพ็กเกจจิง และจัดหาสินค้าเพิ่มเติมให้สอดคล้อง และจุดพักเข้าไป นักท่องเที่ยวจะเป็นลูกค้าเพิ่มไม่ยาก บริเวณชานชาลาสถานีแม่กลองและ ๒ ข้างทาง ใส่วิสัยทัศน์การท่องเที่ยวเข้าไป บริหารพื้นที่เป็นจุดดู-บันทึกภาพ อันซีน ไทยแลนด์ เข้าไป ตลาดร่มหุบ จะเป็นขุมทองอีกแห่งของแม่กลอง ผมว่าน่าอาย ที่ปล่อยให้คนตลาดร่มหุบพูดว่า นักท่องเที่ยวมาทำให้ขายของไม่ได้ ขายไม่ได้ ไม่ใช่เพราะเขาไม่ซื้อ เพราะระดับประเทศ ผู้บริหาร ไม่เป็นตะหาก!【อ่านข้อความเต็ม】
hpb | 2021-05-15 | อ่าน(924) | แสดงความคิดเห็น(479)
หลังราชกิจจานุเบกษาได้ออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องปฏิรูป 11 เรื่อง ใน 6 เล่ม เมื่อวันที่ 6 เมษายน ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 2,166 หน้า มีเรื่องน่าสนใจในเล่มที่ 5 ว่าด้วยแผนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข ด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ และด้านสังคม ซึ่งมีจำนวน 277 หน้า โดยเนื้อหาดังกล่าวอยู่ในหน้า 34 ในแผนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม เรื่องและประเด็นปฏิรูปที่ 2 กลุ่มผู้เสียเปรียบในสังคม ข้อ 3การเสริมสร้างศักยภาพผู้สูงอายุในการทำงาน กิจกรรมที่ 1 ที่ระบุให้ขยายอายุเกษียณราชการจาก 60 ปี เป็น 63 ปี (โดยใช้เวลา 6 ปี) เพื่อเป็นต้นแบบในการขยายเวลาการทำงานและค่อยๆ ขยายเวลาเป็น 2 ปี ขยาย 1 ปี เพื่อจะไม่กระทบต่อการจ้างงานคนรุ่นใหม่ที่ทดแทนคนที่เกษียณอายุ โดยไม่ครอบคลุมหน่วยงานที่ต้องใช้ศักยภาพทางร่างกาย สำหรับวิธีการกำหนดให้ 1ศึกษาความเหมาะสมของตำแหน่งที่จะมีการขยายอายุเกษียณ และ 2แก้ไขพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญให้ขยายอายุเกษียณราชการเป็น 63 ปี ผู้รับผิดชอบหลักคือ คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน และคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร) มีเป้าหมายคือ ข้าราชการ, พนักงาน, รัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐเกษียณอายุที่ 63 ปี ในปี 2567 และมีตัวชี้วัดเป็นข้าราชการ, พนักงาน, รัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีศักยภาพมีอายุเกษียณเพิ่มขึ้น 1 ปี ในทุกๆ 2 ปี กระทั่งปี 2567 ด้านนายอนุสรณ์ ธรรมใจ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต แสดงความเห็นต่อแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน ที่เพิ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 เมย พศ2561 ว่าแม้นว่าคณะกรรมการปฏิรูปจะมีเป้าหมายและความปรารถนาดีต่อชาติ แต่เป็นยุทธศาสตร์และแผนปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน ยังขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนและพรรคการเมืองต่างๆ ที่ต้องทำหน้าที่บริหารประเทศต่อไปหลังการเลือกตั้ง ขาดความยืดหยุ่น และขาดการเปิดกว้างให้สามารถปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์และตามเจตนารมณ์ของประชาชนผ่านการเลือกตั้งได้อย่างเหมาะสม ไม่ได้กล่าวถึงการปฏิรูปกองทัพเพื่อให้ทหารเป็นทหารอาชีพเพื่อแก้ปัญหาวังวนของการทำรัฐประหารซ้ำซากในประเทศไทย ไม่ได้มีข้อเสนอที่ชัดเจนเรื่องการปฏิรูประบบและกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะการปฏิรูปตำรวจ รวมทั้งความปรับเปลี่ยนให้อำนาจตุลาการยึดโยงกับประชาชนมากขึ้น รวมทั้งการปฏิรูปความสัมพันธ์ทางอำนาจที่เหมาะสมระหว่างสถาบันการเมือง สถาบันศาสนา สถาบันกษัตริย์ และประชาชน ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย นอกจากนี้ ยังขาดรายละเอียดของมาตรการส่งเสริมให้พรรคการเมืองมีความเป็นสถาบัน และการเมืองภาคประชาชนมีความเข้มแข็งมากขึ้น นายอนุสรณ์กล่าว นายอนุสรณ์กล่าวอีกว่า เนื้อหาในแผนการปฏิรูป 11 ด้าน ระบุถึงการดำเนินการเรื่องการกระจายอำนาจน้อยเกินไป เป้าหมายหลักของการปฏิรูปต้องมุ่งไปที่การปรับความสัมพันธ์เชิงอำนาจ หรือเพิ่มอำนาจให้กับประชาชนผู้ด้อยโอกาสทั้งหลาย ให้พวกเขามีสิทธิมีเสียงมากขึ้น การยึดถือแนวทางการปฏิรูปเช่นนี้ จะนำมาสู่การเกิดดุลยภาพเชิงอำนาจระหว่างคนกลุ่มต่างๆ แผนปฏิรูปของรัฐบาลไม่ได้พูดถึงแนวทางการแก้ปัญหาความอยุติธรรมหรือการถูกเลือกปฏิบัติจากโครงสร้างอำนาจทางเศรษฐกิจ การเมืองและสังคมมากเพียงพอ ซึ่งปัญหาความอยุติธรรมนี้ นำมาสู่ปัญหาความเหลื่อมล้ำหรือความไม่เท่าเทียมในทุกด้าน ทั้งความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ ด้านสิทธิ ด้านโอกาส ด้านอำนาจและด้านศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยรังสิตวิพากษ์ต่อไปว่า แผนปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติไม่ว่าจะสั้นหรือยาว ต่อไปจะต้องตอบโจทย์ปัญหากับดักเชิงโครงสร้างของไทยในอนาคตให้ได้ การเตรียมรับมือกับกับดักปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ระบบสถาบันต่างๆ และการเมือง รัฐบาล ภาคเอกชน ภาควิชาการ ขณะนี้ยังไม่มีทางออกหรือยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนว่าประเทศไทยจะแก้ไขปัญหากับดักเชิงโครงสร้างอย่างไรในระยะยาว เช่น ปัญหาจากโครงสร้างสังคมผู้สูงอายุ ปัญหาจากเสถียรภาพระบบการเมืองในระยะเปลี่ยนผ่าน ปัญหาการศึกษาและคุณภาพทรัพยากรมนุษย์ที่ทำให้ไม่สามารถสร้างนวัตกรรมและขีดความสามารถในการแข่งขันได้ ซึ่งปัญหาหลายประการจะทยอยปะทุขึ้นในช่วง 5-10 ปีข้างหน้าช่วงหนึ่ง และ 10-20 ปีข้างหน้าอีกช่วงหนึ่ง โดยที่ระยะ 5-10 ปีข้างหน้า ในมิติด้านเศรษฐกิจ ไทยจะสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันในหลายธุรกิจอุตสาหกรรม รวมทั้งภาคเกษตรกรรมเพิ่มขึ้น หากไม่มีการปรับเปลี่ยนปัจจัยที่กำหนดขีดความสามารถในการแข่งขันให้ดีขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนภาคเอกชนทางด้านนวัตกรรม การลงทุนทางด้านการศึกษาและวิจัย มีความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรมทางเศรษฐกิจในระดับสูงติดอันดับโลก แรงงานระดับล่างและเกษตรกรรายย่อยมีความยากลำบากทางเศรษฐกิจ มีสัดส่วนของหนี้สินต่อรายได้สูงมาก มิติทางด้านการศึกษา เด็กกว่า 40% ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ เด็กไทย 1 ใน 5 ของเด็กก่อนวัยเรียนและครอบครัวไทยไม่สามารถมีเงินส่งลูกเรียนในระดับมหาวิทยาลัยได้ มีความไม่เสมอภาคทางการศึกษาระหว่างเมืองใหญ่กับชนบทสูงมาก คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มรังสิต กล่าวเสนอแนะว่า ยุทธศาสตร์ 6 ประการของแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว 20 ปี (บรรลุเป้าหมายและสิ้นสุดปี พศ2579) ที่จัดทำโดยสภาพัฒน์ภายใต้รัฐบาลชุดนี้เห็นด้วยกับเนื้อหาบางส่วน แต่ยุทธศาสตร์ส่วนใหญ่เป็นยุทธศาสตร์พื้นฐาน ไม่มีอะไรแปลกใหม่ อาจไม่สามารถตอบสนองต่อพลวัตของเทคโนโลยีใหม่ที่พลิกผันระบบเศรษฐกิจ ระบบการผลิต ระบบการเงินและระบบการเมืองได้ดีนัก รวมทั้งยังติดกรอบคิดแบบราชการและอนุรักษนิยม รวมทั้งอาจไม่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงเอาไว้ ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่แก้ปัญหาในระดับโครงสร้างและฐานรากอย่างแท้จริง นายอนุสรณ์ให้ความเห็นว่า เรื่องยุทธศาสตร์ควรมีมากกว่า 6 ยุทธศาสตร์ โดยยุทธศาสตร์ 15 ปี พศ 2561-2575 ที่ผมเคยเสนอไว้เมื่อทำหน้าที่กรรมการและผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนานโยบายสาธารณะ สำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อปี พศ2549 หรือเมื่อเกือบ 12 ปีมาแล้ว มีทั้งหมด 10 ยุทธศาสตร์ ดังต่อไปนี้ ยุทธศาสตร์ที่หนึ่ง ยุทธศาสตร์การปรับโครงสร้างอำนาจและส่งเสริมประชาธิปไตยให้เข้มแข็งมั่นคง, ยุทธศาสตร์ที่สอง ยุทธศาสตร์การเติบโตอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืนโดยเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเอา คุณภาพชีวิตของพลเมือง เป็นศูนย์กลาง, ยุทธศาสตร์ที่สาม ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง และ Greater Thailand/New Siam ยุทธศาสตร์นี้จะสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ความมั่นคง ตามยุทธศาสตร์ 20 ปีของรัฐบาล คสช แต่ยุทธศาสตร์ที่ผมศึกษาวิจัยและคิดไว้นี้ จะรวมแผนยุทธศาสตร์ทางด้านวัฒนธรรมและภาษาด้วย รวมทั้งการสร้างพลังเครือข่ายสยามและเชื้อชาติไทยอีกด้วย, ยุทธศาสตร์ที่สี่ ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันและเครือข่ายความร่วมมือ ยุทธศาสตร์ลดอำนาจการผูกขาด สร้างความเป็นประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ เพิ่มการแข่งขัน เสรีภาพในการประกอบการ, ยุทธศาสตร์ที่ห้า ยุทธศาสตร์ด้านลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเสมอภาค ความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจและสังคม เป็นต้น นายอนุสรณ์กล่าวย้ำว่า แผนการปฏิรูปทั้ง 11 ด้านนั้น จะต้องมีการกระจายอำนาจสู่ประชาชนและสังคมอย่างแท้จริง เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถมีส่วนสำคัญในการจัดการการศึกษา ทรัพยากรของชุมชน ตลอดจนการพัฒนาองค์กรประชาชนให้เป็นฐานสำคัญของการพัฒนา การกระจายอำนาจตามความหมายนี้ ก็คือการเพิ่มอำนาจประชาชนและลดอำนาจรัฐนั่นเอง ปรับเปลี่ยนการจัดสรรงบประมาณเสียใหม่ให้ลงสู่พื้นที่และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนในการกำหนดเป้าหมายด้านคุณภาพชีวิต เพื่อให้ทุกคนมีหลักประกันในชีวิต เกิดสันติธรรมและความสงบสุข อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี ขณะที่นายณรงค์ศักดิ์ เนียมสอน เจ้าหน้าที่โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ กล่าวว่า ร่างยุทธศาสตร์ชาติทั้ง 6 ด้านจัดทำเสร็จสิ้นตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม 2561 และถูกนำไปจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น 4 จังหวัดใน 4 ภูมิภาค คือ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น และสงขลา แม้จะมีการเปิดฟังความคิดเห็นจากช่องทางอื่นด้วย เช่น เปิดให้ส่งความคิดเห็นผ่านเว็บไ ซต์ของสภาพัฒน์ แต่ประชาชนส่วนใหญ่แทบจะไม่ทราบข่าวสารและช่องทางการแสดงความคิดเห็นเหล่านี้ จึงไม่อาจเข้าร่วมแสดงความเห็นได้ทัน ความน่ากังวลคือรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งหลัง จากนี้จะมีหน้าที่ต้องทำตามยุทธศาสตร์ชาติ ต้องแถลงนโยบายและเสนองบประมาณให้สอดคล้องกัน โดยมี สวที่ คสชเลือกเอาไว้เป็นคนติดตาม กำกับการทำตามยุทธศาสตร์ชาติ เมื่อเป้าหมายแต่ละด้านตั้งไว้สูง โดยไม่ได้เขียนวิธีการไว้ หากรัฐบาลชุดหน้าทำไม่สำเร็จ ก็อาจจะกลายเป็นประเด็นปัญหาต่อไปได้ น่าดีใจที่หลายพรรคการเมืองประกาศว่า ถ้าได้เป็นรัฐบาลจะยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติของ คสช อย่างไรก็ตาม หากร่างฉบับนี้ถูกประกาศใช้ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนักสำหรับพรรคการเมืองที่จะยกเลิก เพราะต้องผ่านด่านคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติกับ สว แต่งตั้ง 250 คน เป็นอย่างน้อย ดังนั้น ช่วงเวลานี้พรรคการเมืองหรือประ ชาชนที่มีความรู้ความเข้าใจในวิธีการปฏิรูปด้านต่างๆ จึงควรช่วยกันติดตามร่างยุทธศาสตร์ชาติของ คสช เพื่อเตรียมความพร้อมกับอนาคตที่จะเกิดขึ้น หรือเพื่อปรับเปลี่ยนและเสนอให้ยกเลิกบรรดาสิ่งที่เขียนไว้แล้วแต่เป็ นไปไม่ได้ นายณรงค์ศักดิ์กล่าว 【อ่านข้อความเต็ม】
d0r | 2021-05-15 | อ่าน(217) | แสดงความคิดเห็น(476)
ตลาดร่มหุบ ดังอันดับโลก! หาดูที่ไหนไม่ได้ ในโลก มีที่เดียว คือที่ แม่กลอง สมุทรสงคราม นักท่องเที่ยวทั่วโลก แห่กันไปแม่กลอง แย่งกันดู-แย่งกันถ่ายรูป เหตุที่ต้องแย่ง ตลาดร่มหุบ เป็นบริเวณแคบ อยู่ในช่วงขบวนรถไฟจะเข้าตัวสถานีแม่กลองพอดี จึงเห็นได้ช่วงสั้นๆ ใช่แต่จีน-ฝรั่งตื่น คนไทยเองก็ตื่น ไปกันครึ่ด! วัน-สองวันนี้ ดังในดัง ขึ้นไปอีก สำนักข่าว BBC มาทำคลิปลงเพจ BBC NEWS เผยแพร่ไปทั่วโลก ต่างชาติรายหนึ่ง ดูแล้ว วิจารณ์ ว่า Who gonna eat that stuffs This is classic example where you think tourist go for amazement but actually they go bcoz they wanna see how a place so disgusting still exists ใครจะกินของพวกนี้ลง นี่เป็นตัวอย่างคลาสสิก ที่พวกเขาคิดว่า นักท่องเที่ยวไปเพราะความอเมซิง แต่จริงๆ แล้ว ไปเพราะอยากเห็นว่า สถานที่ที่ดูน่าสะอิดสะเอียนยังมีอยู่จริงต่างหาก คนที่ไม่เคยเห็น พื้นที่จริง อาจฉงน น่าสะอิด-สะเอียนตรงไหน? ผมเข้าใจสภาพ เท่ากับเข้าใจทัศนคติฝรั่ง ที่ว่าน่าสะอิดสะเอียน! วันนี้ เลยอยากคุย ยิ่งทราบว่า นายคันฉัตร ตันเสถียร ผวจสมุทรสงคราม ตื่นตัวกับฝรั่งวิจารณ์ บวกทางมหาดไทยจี้ลงไปด้วย ประชุมกันยกใหญ่ แจกแจง ๓-๔ ข้อ สรุปความว่า ๑ตลาดร่มหุบ เป็นวิถีท้องถิ่น มีมา ๖๐-๗๐ ปี ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบ unseen ของประเทศ มีนักท่องเที่ยวเข้ามามาก ประมาณ ๓,๐๐๐ คน/วัน เข้ามาชมวิถีชีวิตการค้าขายตลาดร่มหุบ ๒ในกรณีสำนักข่าวต่างประเทศวิจารณ์ อาหารที่จำหน่ายไม่ถูกสุขลักษณะ แจกแจงว่า อาหารที่นำมาจำหน่าย มี ๒ ประเภท คือ ๑) อาหารสด พืช ผัก ผลไม้ ๒) อาหารแห้ง โดยบรรจุถุง ซึ่งอาหารที่ซื้อจากตลาด จะต้องนำไปล้างและปรุงสุกก่อนรับประทาน ทั้งนี้ บริเวณตลาดไม่มีการจำหน่ายของปรุงสุก ๓เทศบาลเมืองสมุทรสงครามและแม่ค้า รวมทั้งสถานีรถไฟ เก็บขยะและล้างตลาดอาทิตย์ละ ๒ ครั้ง ทั้งนี้ ในแต่ละวัน เมื่อแม่ค้าจำหน่ายสินค้าเสร็จสิ้น ในแต่ละแผง ทำความสะอาดเป็นประจำอยู่แล้วทุกวัน นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ บอกถึงการดำเนินการต่อ ว่า ๑) ขอความร่วมมือไกด์นำเที่ยว ให้บอกนักท่องเที่ยวทิ้งขยะในบริเวณที่จัดเตรียมไว้ให้ ๒) ให้แม่ค้าติดป้ายที่แผง เป็นภาษาอังกฤษ/จีน มีข้อความรับฝากขยะทิ้ง โดยแม่ค้าจะรวบรวมนำไปทิ้งต่อไป ๓) ทำความสะอาดตลาดทุก ๓ วัน (จากเดิม ๒ ครั้ง) ๔) จัดบริเวณที่ทิ้งขยะเพิ่มเติม ๕) จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวทิ้งขยะ ในบริเวณที่จัดไว้ให้เพื่อแยกขยะ ครับฟังผู้ว่าฯ ชี้แจง เหมือนใช่ แต่ยังไม่ใช่ ตลาดร่มหุบ ที่แม่กลอง ณ เวลานี้ อยากจะบอกว่า มันเป็นอะไรที่มากไปกว่า แผงลอย ริมทางรถไฟไปนานแล้ว ปัญหาขณะนี้ จะโยนให้ระดับผู้ว่าฯ และเทศบาลเมืองฯ รับผิดชอบไม่ได้แล้ว! ต้องไปถึงระดับชาติ มหาดไทย-วัฒนธรรม-การท่องเที่ยว-คมนาคม-พาณิชย์ รับรู้ว่า นี่คือ เอกลักษณ์ถิ่น ที่กลายเป็น อันซีน ไทยแลนด์ ไปแล้ว ไม่ใช่ของเฉพาะคนแม่กลอง แต่เป็นแหล่ง ทำเงิน-ทำทอง ของประเทศอีกแห่งหนึ่ง! ต้องใช้ ตลาดร่มหุบ เป็นต้นแบบคิด ในการเข้าไปรับรู้ปัญหายุค การท่องเที่ยว เป็นอุตสาหกรรมโกยเงินเข้าประเทศ จากสถานที่ที่เรียกว่า Unseen Thailand ทุกแห่ง ก่อนอื่น ต้องรู้พื้นสภาพ ตลาดแม่กลอง ก่อน การเข้าถึงจังหวัดนี้ เดิมมีเพียง ๒ เส้นทาง คือ แม่น้ำ-คลอง กับ รถไฟ สมุทรสงคราม มีรถยนต์ไปถึงได้ ก็ราว ๔๐ กว่าปีนี่เอง หลังจาก ถนนสายธนบุรี-ปากท่อ เปิดใช้ปี ๒๕๑๖ ตลาดแม่กลอง นับแต่อดีต เริ่มจากตัวสถานีรถไฟ หรือจากตลาดร่มหุบทุกวันนี้ ไปจบที่วัดหลวงพ่อวัดบ้านแหลม วัดเพชรสมุทรวรวิหาร เลยไปนิด ก็ ท้ายตลาด เป็นท่าเรือจ้าง ตันแค่นั้น! จากหัวยันท้ายตลาด ซัก ๑ กิโลเมตร เท่านั้น! ถนนหลักสายเดียว เป็นถนนไม่กว้างนัก ให้คนเดิน กับรถจักรยาน ตลาดร่มหุบ เพิ่งมี หลังจากถนนผ่านเมืองซัก ๓๐ กว่าปีนี่เอง เมื่อถนนมา-รถยนต์มา อะไรๆ ที่เรียกว่า เจริญวัตถุ ก็ถาโถมเข้าเปลี่ยนเมืองแม่กลอง เรียกว่า โตแบบไม่มีผังเมือง ตลาดใหม่เกิดแบบ กระจุกตัว ริมทาง-ปากทาง ตลาดร่มหุบ เกิดเองตามธรรมชาติ คนมีสตางค์ก็ซื้อตึกแถว เซ้งแผง คนสตางค์น้อย ขายของทะเล พืชผักเล็กๆ น้อยๆ ก็เร่มาวางแผงขายริมทางรถไฟ ๓๐ กว่าปีมานี่เอง ที่ริมทางรถไฟกลายเป็น อันซีน ไทยแลนด์ ตลาดร่มหุบ! ไม่ใช่ ตลาดหลัก-ตลาดรอง เป็นตลาดลมเพ-ลมพัด เกิดเอกลักษณ์ ร่มหุบ หลบรถไฟเข้า-ออก เห็น-เป็น-อยู่ จนชิน แต่คนต่างถิ่น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยว มาเห็นก็ตื่นตา-ตื่นใจ ระยะหลัง การท่องเที่ยวไทยบูม ต่างชาติไหลเข้ามา ฝรั่งยุโรปบ้าง จีนบ้าง โดยเฉพาะจีน พอเห็น ก็เจี๊ยวจ๊าวเป็นของแปลก ตื่นเต้น เอาไปคุย ไปเขียน เอารูปลงหนังสือ อินเทอร์เน็ต ตลาดร่มหุบ อินเตอร์ไปเลย! ประเด็นที่เราควรแก้ไข คือ ๑ความไม่สะอาด ๒ความไม่มีระเบียบ ๓ที่ทิ้งขยะไม่เพียงพอ ๔แปลงคำว่า ตลาดร่มหุบ เป็นสินทรัพย์ให้พ่อค้า-แม่ค้าเข้าใจ ในภาพรวม ตลาดแม่กลอง จากตัวสถานีไปจรดวัดเพชรสมุทรฯ ควรห้ามรถยนต์เข้า ให้เฉพาะ คนเดิน-จักรยาน บริเวณตัวสถานียันตัวตลาดร่มหุบและพื้นที่ ๒ ข้างทาง ควรปรับภูมิทัศน์ใหม่ จัด ระบบ-ระเบียบ-ความสะอาด ของแผงและวัสดุรองรับสินค้า ผู้ค้าขายตลาดร่มหุบ ถือเป็น ต้นทุนวิถีถิ่น ควรลงทะเบียน ฝึกอบรม ควบคุมปริมาณ-เพิ่มคุณภาพ พัฒนาเป็นบุคลากรรัฐ มีเงินอุดหนุนรายเดือนให้ต่างหาก! การอ้างว่า เป็นสินค้าพืชผักและของแห้ง ต้องนำไปปรุงสุกก่อนบริโภค นั้น เท่ากับยอมรับ ความไม่สะอาด ในสินค้า เป็นเรื่องจริงและเรื่องปกติ ของสินค้าตลาดร่มหุบ น่าสะอิดสะเอียน ที่เขาวิจารณ์ เราควรสำนึกเพื่อแก้ไข ไม่ใช่ลอยหน้าโต้เขา ว่าของเราเป็นแบบนี้ ไม่เห็นเป็นไร! การท่องเที่ยว-รถไฟ น่าจะเข้าไปช่วยดูด้านภูมิสถาปัตย์ตรงนั้น รักษาวิถีเดิม แต่จัดผัง จัดร่องระหว่างราง, รายหิน, รูปแบบแผง ทั้งผ้าใบ-เสาในความเป็นร่มหุบ ให้สวยด้วยศิลป์ แต่คงรูปแบบเดิมไว้ ที่บอก ทำความสะอาดสัปดาห์ละ ๒ ครั้งหรือ ๓ ครั้งนั้น จริงๆ แล้ว ต้องทำ ทุกวัน เรื่องขยะ อย่าไปโทษนักท่องเที่ยว ปกติ แม่กลองคนไม่มาก ปัญหาขยะไม่ค่อยมี แต่ทุกวันนี้ ผู้คนโตเกินสภาพตลาด การจัดหาที่รองรับขยะ พูดง่ายๆ คือที่ทิ้งขยะ ดูเหมือนไม่อยู่ในความตระหนักของจังหวัด-เทศบาลสักเท่าไรนัก พูดกันตรงๆ สภาพตลาดแม่กลอง ไม่เป็นระเบียบ ขาดความสะอาด ระบบบริหาร-จัดการ ไม่สอดคล้องกับความเป็นไปตามกาลสมัยของสังคม เป็นสัญชาตญาณมนุษย์ ไม่ว่านักท่องเที่ยวชาติไหน ถ้าเห็นที่ไหนเป็นระเบียบ สะอาดสะอ้าน ไม่มีใครทิ้งขยะเลอะเทอะ นอกจากคนที่ ป่าเถื่อน จริงๆ! ที่เขาทิ้ง เพราะ ๑เห็นที่เข้าทิ้งกันไว้เกลื่อน ก็ทิ้งตาม ๒สถานที่นั้น สกปรก-ไม่เป็นระเบียบ ๓ไม่มีที่ทิ้งขยะไว้รองรับ อย่างตลาดแม่กลอง มะพร้าวเยอะ คนดูดน้ำ ก็ทิ้งวางลูกมะพร้าวซุกไว้ตรงนั้น-ตรงนี้ คนอื่นเห็น ก็ซุกต่อๆ กันไป เตือนนักท่องเที่ยวไม่ตรงประเด็น เทศบาลรู้ปัญหา ต้องจัดที่รองรับขยะและเก็บขยะให้มากจุด และต้องให้ผู้ขายมะพร้าวรับผิดชอบ อย่าให้คนกินทิ้งเรี่ยราด เรื่องผู้ค้าตลาดร่มหุบ มีแต่คนมาดู ไม่มีคนซื้อ สาเหตุไม่ต้องพูดถึง พัฒนาทรัพยากรบุคคลผู้ขายแล้ว จัดระบบ-ระเบียบ-ความสะอาดแล้ว แต่เติมแพ็กเกจจิง และจัดหาสินค้าเพิ่มเติมให้สอดคล้อง และจุดพักเข้าไป นักท่องเที่ยวจะเป็นลูกค้าเพิ่มไม่ยาก บริเวณชานชาลาสถานีแม่กลองและ ๒ ข้างทาง ใส่วิสัยทัศน์การท่องเที่ยวเข้าไป บริหารพื้นที่เป็นจุดดู-บันทึกภาพ อันซีน ไทยแลนด์ เข้าไป ตลาดร่มหุบ จะเป็นขุมทองอีกแห่งของแม่กลอง ผมว่าน่าอาย ที่ปล่อยให้คนตลาดร่มหุบพูดว่า นักท่องเที่ยวมาทำให้ขายของไม่ได้ ขายไม่ได้ ไม่ใช่เพราะเขาไม่ซื้อ เพราะระดับประเทศ ผู้บริหาร ไม่เป็นตะหาก!【อ่านข้อความเต็ม】
tfv | 2021-05-15 | อ่าน(523) | แสดงความคิดเห็น(914)
ท้ายหนังสือดังกล่าว ผบกทพระบุ ห้ามมิให้ข้าราชการตำรวจถ่ายภาพขณะแต่งเครื่องแบบตำรวจเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ทุกกรณี จึงแจ้งมาเพื่อทราบและถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด【อ่านข้อความเต็ม】
0dd | 2021-05-15 | อ่าน(986) | แสดงความคิดเห็น(833)
บิ๊กป้อม ปัดตั้งพรรคชี้ ประยุทธ์ เหมาะนั่งนายกฯอีกหรือไม่ให้ไปย้อนดูโพล 09 เมษายน พศ 2561 เวลา 10:14 น 【อ่านข้อความเต็ม】
hdt | 2021-05-14 | อ่าน(983) | แสดงความคิดเห็น(735)
พรรคเพื่อไทยอาจจะติติงหลายโครงการ หลายนโยบายของรัฐบาล แต่กับอีอีซี ไม่มีใครกล้าด่าอย่างเต็มปาก เพราะรู้ดี หากเดินไปตามแนวทางรัฐบาลไปได้ อีก 5 ปีจะเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าประเทศครั้งใหญ่ 【อ่านข้อความเต็ม】
1pd | 2021-05-14 | อ่าน(638) | แสดงความคิดเห็น(464)
เรื่องนี้เราไม่ไดคาดโทษ เป็นเพียงการตักเตือนตามควรแต่กรณี ถ้าไม่สั่ง ไม่เตือนเลย แล้วเขาพลั้งเผลอไปจะไม่ได้ต่อตัวเขาเอง เพราะงานตำรวจของทะเบียนพลไม่เกี่ยวอะไรกับโซเชี่ยล เขาไม่ได้มีหน้าที่ ที่ต้องไปจับยาเสพติด แถลงข่าวหรืออะไรกับชาวบ้าน เพราะฉนั้นต้องสำรวมแต่งกายให้สุภาพเรีบร้อยสำรวม และไม่จำเป็นต้องไปนำเสนออะไร ถ้าเขาอยู่ในสภาพผมยาว มันเหมาะหรือไม่ ผมควรจะเตือนลูกน้องผมหรือไม่ ยืนยันเรื่องนี้ไม่ใช่การกดดันลูกน้อง ผบกทพกล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
5 หน้า

ลิงค์ที่เป็นมิตรเวลาปัจจุบัน:2021-05-17

สมัครเว็บ88 dg| jdb slot ฟรีเครดิต kapook| ufabet888สล็อต cc| w88 ดีไหม wifi| สมัคร สล็อต jdb168 online| 918kiss official website| slotxo lucky| sagame ทดลอง twitter| สล็อตออนไลน์ 10 บาท hd| สล็อต w88 อันไหนดี eg| winbet เครดิตฟรี twitter| วิธีเล่นสล็อต 918kiss| สล็อตออนไลน์ 66 66za| joker128 you| allslot777 link| 918kiss me unlimited| พุซซี่888 โปร100 mg| 1ufabet live| ค่ายเกม sg maker| เฮง 888 twitter| royal online v2 มือถือ ios| สล็อต678 online| เว็บพนัน lagalaxy1 true| member ufa007 co no| สล็อต6666คาสิโนออนไลน์| sboslot ดาวน์โหลด mp4| โหลด แอ พ ยิงปลา excel| royal9999 login| พุซซี่888 โปร100 euro| puuman888 ดาวน์โหลด xp| puss888 20รับ100 lite| เครดิตฟรี888 line| สล็อต ds| ดาวน์โหลด royal1688 มือถือ rt| https sagame168 net bet| สล็อตฝากเงินทรูวอลเล็ต| ไลน์ufabet888 mobile| เข้า เว็บ ufabet ไม่ได้ windows 7| สล็อต w88 อันไหนดี kapook| ยู ฟ่า สล็อต 888 malaysia| ยูฟ่า191 qu| เครดิตฟรี ยิงปลา jdb express| พุซซี่888 โปร100 site| happy slot 888 register| happy slot 888 win| สล็อต xo ฝาก-ถอน ไม่มี ขั้น ต่ํา วอ เลท| เกมส์สล็อต คา สิ โน jurassic| สล็อตufa888 reg| https sagame168 net kiss| ไลฟ์สด ค่า สิ โน rov| slot machine คือ email| สมัคร สล็อต jdb168 update| winslot888 pc card| autowin 99 online| member ufa007 co th| สมัครบาคาร่า777 rf| เว็บพนัน w88 shopee| ยู ฟ่า สล็อต 888 unlimited| สมัคร royal online ฟรีเครดิต qatar| ทางเข้าพุซซี่888 mobile| สูตรบาคาร่า888 excel| best 88 note keyboard| เข้า เล่น google ไม่ได้| ดาวน์โหลด gclub สล็อต java| hungry purry 888 malaysia| puss888 20รับ100 year| 1ufabet game| เข้าเล่น call of duty warzone ไม่ได้| win88 สล็อต blackpink| เว็บ888 pro youth| ทางเข้าพุซซี่888 real| 918kiss free credit hack| สล็อต joker ฝาก-ถอน ไม่มี ขั้นต่ําวอเลท| royal777 vip app| ทางเข้าjoker real| w88 ดีไหม gaming| MEGA168| 1ufabet คูปองฟรีล่าสุด| ดาวน์โหลด ufabet888 link| ยู ฟ่า สล็อต 888 live| สมัครบาคาร่า เว็บไหนดี download| ค่ายเกม sg maker| เกมส์สล็อต คา สิ โน apk| พุซซี่888 ทดลอง unturned| ufabet888สล็อต vk| 918kiss ฟรีเครดิต 100 kb| 918kiss the moon ติดต่อ| สล็อต happy| starslot789 ep| พุซซี่ 789 english| hungry purry 888 qq| สล็อต xoฟรี เครดิต ไม่ ต้อง ฝาก ล่าสุด| avrdude atmega168| w88 สล็อต ทดลองเล่น code|